Siam Stars ดารา นักร้องไทย รถยนต์ ประกันภัยรถยนต์

เว็บไซต์ในเครือ Advertisify.com ซึ่งเป็นแหล่งรวมข้อมูลข่าวสารประกันภัยที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ มีเครือข่ายเว็บไซต์ ประกันภัยรถยนต์ มากกว่า 50 เว็บไซต์ มีผู้เข้าเยี่ยมชมมากกว่า 2,000,000 หน้าต่อปี

จังหวัดในพื้นที่เสี่ยงที่มีทุน ประกันภัย ต่อสูงสุด กรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา นครปฐม สร้างหลักประกันทรัพย์สินและกิจการ ด้านเศรษฐกิจของประเทศ

ประชาสัมพันธ์โดย : ทูเดย์อินชัวร์ดอทคอม ศูนย์รวม ประกันภัยรถยนต์ มากกว่า 3,000 รายการ,
ประกันภัยรถยนต์ชั้น1, ประกันภัยรถยนต์ชั้น3 ประกันภัยรถยนต์หลากหลายรุ่นให้เลือก

ประธานคณะกรรมการบริหารกองทุนส่งเสริมการ ประกันภัย พิบัติ เปิดเผยว่าสถิติการทำ ประกันภัย พิบัติในช่วงวันที่ 28 มีนาคม 2555 – 20 กันยายน 2556 ของ 5 จังหวัดที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงบริเวณลุ่มน้ำเจ้าพระยา ได้แก่ พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นครปฐม นนทบุรี และกรุงเทพฯ มีความตื่นตัวในการทำ ประกันภัย พิบัติในระดับสูง ซึ่งทั้ง 5 จังหวัดมีทุน ประกันภัย ต่อตามสัดส่วนของกองทุนฯ รวม 21,757 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 48.65% เมื่อเทียบกับทุน ประกันภัย ต่อตามสัดส่วนของกองทุนฯ ทั้งประเทศ จำนวน 44,719 ล้านบาท

โดยจังหวัดในพื้นที่เสี่ยงที่มีทุน ประกันภัย ต่อตามสัดส่วนของกองทุนฯ สูงสุดคือ กรุงเทพฯ จำนวน 13,793 ล้านบาท รองลงมาได้แก่ นนทบุรี 2,650 ล้านบาท ปทุมธานี 2,492 ล้านบาท พระนครศรีอยุธยา 1,949 ล้านบาท และนครปฐม 874 ล้านบาท

นอกจากนั้น กรุงเทพฯ ยังมีทุน ประกันภัย ต่อตามสัดส่วนของกองทุนฯ ในส่วนของผู้ทำ ประกันภัย ทั้ง 3 ประเภทสูงที่สุด ได้แก่ บ้านอยู่อาศัย จำนวน 9,727 ล้านบาท ธุรกิจขนาดกลางและย่อม จำนวน 1,796 ล้านบาท และอุตสาหกรรม จำนวน 2,270 ล้านบาท ในขณะที่นนทบุรีมีทุน ประกันภัย ต่อตามสัดส่วนของกองทุนฯ ประเภทบ้านอยู่อาศัยสูงเป็นอันดับสองจำนวน 2,217 ล้านบาท ปทุมธานีมีทุน ประกันภัย ต่อตามสัดส่วนของกองทุนฯ ประเภทธุรกิจขนาดกลางและย่อม สูงเป็นอันดับสอง จำนวน 356 ล้านบาท และพระนครศรีอยุธยามีทุน ประกันภัย ต่อตามสัดส่วนของกองทุนฯ ประเภทอุตสาหกรรมสูงเป็นอันดับสอง จำนวน 1,499 ล้านบาท

จากข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทที่สำคัญของกองทุนฯ ในการสร้างหลักประกันให้กับทรัพย์สิน และกิจการในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงจากอุทกภัย และพื้นที่ดังกล่าวยังมีความสำคัญทางด้านเศรษฐกิจของประเทศอีกด้วย โดยจะเห็นได้จากเมื่อเกิดน้ำท่วมในปี 2554 ได้สร้างความเสียหายให้แก่โรงงานในเขตนิคมอุตสาหกรรมของพระนครศรีอยุธยา และปทุมธานีหลายแห่ง ซึ่งประกอบด้วยนิคมอุตสาหกรรมไฮเทค นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน นิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร สวนอุตสาหกรรมโรจนะ นิคมอุตสาหกรรมนวนคร และสวนอุตสาหกรรมบางกระดี

“พื้นที่ดังกล่าวเป็นแหล่งผลิตชิ้นส่วนและวัตถุดิบที่สำคัญของอุตสาหกรรมต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์ยางและพลาสติก ดังนั้นการสร้างหลักประกันเพื่อคุ้มครองทรัพย์สินและกิจการเมื่อประสบภัยพิบัติ จึงไม่ใช่เป็นการช่วยเหลือเฉพาะภาคเอกชนแต่เพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นการช่วยสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ และเป็นปัจจัยผลักดันให้นักลงทุนต่างชาติยังคงตั้งฐานการผลิตในประเทศไทย และขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่อง”

ที่มา : สยามธุรกิจ


หมวดประกันภัยรถยนต์อื่น ที่สามารถเลือกซื้อได้

 วิริยะประกันภัย   กรุงเทพประกันภัย   สินมั่นคงประกันภัย   อาคเนย์ประกันภัย   เมืองไทยประกันภัย 

No Comments :(

Comments are closed.