Siam Stars ดารา นักร้องไทย รถยนต์ ประกันภัยรถยนต์

เว็บไซต์ในเครือ Advertisify.com ซึ่งเป็นแหล่งรวมข้อมูลข่าวสารประกันภัยที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ มีเครือข่ายเว็บไซต์ ประกันภัยรถยนต์ มากกว่า 50 เว็บไซต์ มีผู้เข้าเยี่ยมชมมากกว่า 2,000,000 หน้าต่อปี

ตั้งแต่เดือนมิถุนายนผ่านมา สถานการณ์เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะใกล้เคียงปกติ มั่นว่าตลาดประกันวินาศภัยน่าจะกลับมาฟื้นตัวอย่างช้าๆ ชัดเจนไตรมาสที่ 1 ในปี 2558

“ทิพยประกันภัย” กลับลำไม่หั่นเป้า 2.8 หมื่นล้าน ยอมรับแม้ผลงานครึ่งปีแรกเบี้ยหด วางหมากจับมือ “รี อินชัวเรอร์” ระดับโลกรับงาน ประกันภัย บิ๊กโปรเจ็กต์ คาดปี 58 มีสิทธ์ทะลุ 3 หมื่นล้านบาท มั่นใจ “Family Plus” สร้างฐานเบี้ย ประกันภัย ลูกค้ารายย่อยเพิ่ม 2.5 พันล้านบาท

กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) (บมจ.) เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้คงเป้าอัตราการขยายตัวปี 2557 ไว้ตามเดิมที่ 10% คิดเป็นเบี้ย ประกันภัย รับรวม 2.7-2.8 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2556 ที่มีเบี้ย ประกันภัย รับรวมมากกว่า 2.4 หมื่นล้านบาท แม้ก่อนหน้านี้มีแผนที่จะปรับอัตราการขยายตัวไม่ต่ำกว่า 10% แต่เมื่อผ่านครึ่งปีแรกไปแล้ว พบว่าบริษัทฯ มีเบี้ย ประกันภัย รับที่ต่ำกว่าเป้า 7% คิดเป็นเบี้ย ประกันภัย รับ 1.3 หมื่นล้านบาท เนื่องจากโครงการลงทุนขนาดใหญ่ไม่มีความคืบหน้า ทำให้บริษัทฯ มีสัดส่วนเบี้ย ประกันภัย ที่หายไปราว 1 พันล้านบาท แต่ก็ไม่ถือว่าน่ากังวลนัก จึงยังไม่จำเป็นต้องปรับเป้าแต่อย่างไร

ทั้งนี้ตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา สถานการณ์เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะใกล้เคียงปกติ จึงเชื่อมั่นว่าตลาดประกันวินาศภัยน่าจะกลับมาฟื้นตัวอย่างช้าๆ และเริ่มชัดเจนตั้งแต่ไตรมาสที่ 1 ในปี 2558 เนื่องจากเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวหลายเรื่อง ตั้งแต่ตลาดรายย่อยที่ตอบสนองกับนโยบายการเตรียมปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการชั้นผู้น้อย รวมถึงการเร่งผลักดันการลงทุนภายใต้การบริหารของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ทำให้เริ่มเห็นบางโครงการเตรียมเซ็นสัญญาก่อสร้าง ส่วนตัวมั่นใจว่าจะมีเม็ดเงินเข้าสู่ธุรกิจ ประกันภัย ภายใต้ปีงบประมาณปี 2558 เริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคม 2557 ส่งผลให้ไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ ทิพยประกันภัยน่าจะมีเบี้ย ประกันภัย รับเพิ่มขึ้นแม้จะไม่มากนัก โดยอยู่ที่ 500 -1 พันล้านบาท ส่วนจะมาจากโครงการรับ ประกันภัย ใดอาจต้องขอสงวนข้อมูล เนื่องจากจะมีผลเมื่อยื่นเสนองานรับ ประกันภัย

“สำหรับแผนธุรกิจนั้น ได้ประเมินความเป็นไปได้ในปี 2558 น่าจะเป็นปีแห่งการบุกตลาด ประกันภัย รายใหญ่ผ่านโครงการลงทุนต่างๆ ที่เพิ่มขึ้น ทั้งจากโครงการภาครัฐ-เมกะโปรเจ็กต์ โครงการก่อสร้างถนน และโครงสร้างพื้นฐาน ตลอดจนโครงการรถไฟฟ้าสายต่างๆ ที่น่าจะมีโครงการใหม่ๆ เกิดขึ้นมากกว่าปี 2557 ไม่ต่ำกว่า 3 เท่า คิดเป็นเบี้ย ประกันภัย ใกล้เคียง 1.6-2 พันล้านบาท ผลักดันให้ภาพรวมของธุรกิจในปีดังกล่าวขยายตัวเกิน 12% และมีเบี้ย ประกันภัย รับรวมที่ 3.1 หมื่นล้านบาท”

ขณะเดียวกันบริษัทฯ ได้เตรียมความพร้อมรองรับทั้งการจัดหาบริษัทรับ ประกันภัย ต่อ ซึ่งสนใจเข้ามารับ ประกันภัย โครงการขนาดใหญ่มากขึ้น ซึ่งทิพยก็เป็นตัวเลือกลำดับแรกของบริษัทรี อินชัวเรอร์ ทั้งจากประเทศฝรั่งเศส, สวิตเซอร์แลนด์, เยอรมนี และสหรัฐอเมริกา ที่มีเครดิตเรตติ้งไม่ต่ำกว่า A- นอกจากนี้ โมเดลหลักๆ จะเน้นรับ ประกันภัย ร่วมกับบริษัท ประกันภัย พันธมิตร คือ บริษัท ไทยศรีประกันภัย จำกัด (มหาชน) รวมถึงจะรับงาน ประกันภัย ต่อจากผู้รับเหมา อาทิ บริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ “ยูนิค” เป็นต้น

กรรมการผู้จัดการใหญ่กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากอัตราการขยายตัวต่อปีแล้ว ทิศทางของธุรกิจในระยะ 2 ปี ครอบคลุมระยะเวลาปี 2557-58 ยังคงโฟกัสตลาดรายย่อยเป็นสำคัญ จากปัจจุบันสัดส่วนลูกค้ามาจากรายใหญ่ 60% และอีก 40% เป็นฐานลูกค้ารายย่อย ทำให้มีเบี้ย ประกันภัย สำหรับรายย่อยเพิ่มขึ้นอีกไม่ต่ำกว่า 40% ซึ่งในระยะยาวสัดส่วนการรับ ประกันภัย จะเข้าสู่จุดสมดุลที่ 50% และ 50%

นอกจากนี้ในระยะยาว หากบริษัทฯ ไม่สามารถขยายตลาดรวมให้เพิ่มขึ้น ก็มีโอกาสสูงที่จะทำให้เบี้ย ประกันภัย รับของปีนี้ต่ำกว่าเป้าก็เป็นได้ เนื่องจาก 1-2 ปีที่ผ่านมาบริษัทฯ ขยายฐานลูกค้ากลุ่ม ประกันภัยรถยนต์ ส่วนบุคคลขนาดเล็กจำนวนมาก ทำให้เกิดปัญหาเมื่อปริมาณ รถยนต์ ใหม่ลดลง ขณะที่เบี้ย ประกันภัยรถยนต์ ต่ออายุก็อยู่ในระดับทรงตัว สวนทางกับอัตราการเกิดสินไหมจากรถชน และเคลมรอบคัน หรือคอสเมติกเคลม นับเป็นต้นทุนที่เกิดจากการซ่อมและทำสี ทำให้ลอสเรโชขยับสูงกว่า 65-70%

“นอกจากแผนธุรกิจแล้ว บริษัทฯ ยังออกแบบ ประกันภัย ตระกูล Family Plus ครอบคลุมความต้องการ 3 ด้าน คือ ประกันภัย อุบัติเหตุ ประกันภัยรถยนต์ และที่อยู่อาศัย เพื่อขยายเบี้ย ประกันภัย ลูกค้ารายย่อยให้เพิ่มขึ้นอีก 40% ณ สิ้นปี 2558 คิดเป็นเบี้ย ประกันภัย รับ 2.5 พันล้านบาท”

ที่มา : ฐานเศรษฐกิจ

No Comments :(

Comments are closed.